หนี้บัตรเครดิตมีอายุความกี่ปี |
|||||||||
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2548 ___________________________
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2534 จำเลยยื่นคำขอใช้บัตรเครดิตกรุงไทย กับธนาคารโจทก์ สาขาบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยยินยอมผูกพันปฏิบัติตามสัญญาเงื่อนไขของผู้ถือบัตรที่โจทก์กำหนดไว้ทุกประการ โจทก์อนุมัติวงเงินในบัตรเครดิตดังกล่าวโดยให้จำเลยเปิดบัญชีกระแสรายวันเพื่อใช้หักทอนบัญชีสำหรับหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการต่อมาจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามบัญชีกระแสรายวันสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต คิดถึงวันที่ 10 มกราคม 2535 ซึ่งเป็นวันครบรอบการตัดบัญชีและหักทอนบัญชีและหักทอนบัญชีครั้งสุดท้ายเป็นหนี้ต้นเงินจำนวน 9,980.90 บาท และต้นเงินของการเบิกถอนเงินสด จำนวน 43,212.25 บาท คิดดอกเบี้ยนับแต่วันดังกล่าวถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2545 มีดอกเบี้ยสะสมจำนวน 77,103.31 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 120,315.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.50 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 43,212.25 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เนื่องจากโจทก์ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และให้บริการสินเชื่อแก่บุคคลทั่วไปในรูปของบัตรเครดิต การที่โจทก์ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของสมาชิกไปก่อนแล้วเรียกเก็บเงินจากสมาชิกภายหลัง เป็นการเรียกเอาค่าที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองไปก่อน ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์มีอายุความ 2 ปี โจทก์ฟ้องจำเลยเกินกำหนดเวลาดังกล่าว และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยซึ่งค้างชำระเกินกว่า 5 ปี นับแต่วันผิดนัด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ จำเลยเป็นลูกค้าโจทก์โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อบัตรเครคิตให้แก่จำเลย เพื่อซื้อสินค้าและชำระค่าบริการต่างๆ แทนเงินสดและใช้เบิกเงินสด บัญชีกระแสรายวันสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต มีข้อตกลงว่าโจทก์จะเป็นผู้ชำระเงินแทนจำเลยหรือว่าจ่ายเงินทดรองให้จำเลยไปก่อน แล้วโจทก์จึงเรียกเก็บเงินจากจำเลยในภายหลัง ตามใบคำขอใช้บัตรเครดิตกรุงไทย เอกสารหมาย จ.4 และคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีเฉพาะสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต เอกสารหมาย จ.5 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าสัญญาและพฤติการณ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการใช้บัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.5 หักทอนหนี้ซึ่งกันและกัน จึงมีลักษณะเป็นบัญชีเดินสะพัดซึ่งมีอายุความสิบปี โดยปรากฏตามรายการแจ้งยอดหนี้บัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.8 ว่ามีการนำยอดหนี้จากค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการตามเอกสารหมาย จ.9 จำนวน 43,940.68 บาท เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2536 มาหักทอนเข้าในบัญชีกระแสรายวัน เมื่อนับระยะเวลาตั้งแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคือวันที่ 21 มิถุนายน 2545 ยังไม่เกินสิบปี คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ นั้น เห็นว่า ตามคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีเฉพาะสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิต เอกสารหมาย จ.5 ระบุไว้ชัดเจนว่า มีความมุ่งหมายเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ อันเกิดจากใช้บัตรเครดิต รวมทั้งเพื่อถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากผ่านเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ ซึ่งล้วนเป็นธุรกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บัตรเครดิตทั้งสิ้น การเปิดบัญชีกระแสรายวันจึงมิใช่เป็นการเปิดเพื่อให้มีการเบิกถอนเงินตามปกติ หากแต่เป็นบัญชีกระแสรายวันที่ใช้เพื่อให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยเฉพาะ มิใช่กรณีที่โจทก์จำเลยตกลงกันโดยให้ตัดทอนบัญชีหนี้อันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างโจทก์จำเลยนั้นหักกลบลบกันและคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลืออันเป็นลักษณะสำคัญของสัญญาบัญชีเดินสะพัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 หนี้ที่เกิดขึ้นจึงหาใช่หนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีหรือหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดไม่ การที่โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามจำเลยไปก่อน หรือการที่โจทก์ยอมให้จำเลยนำบัตรเครดิตไปถอนเงินสดจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติแล้วจึงเรียกเก็บจากจำเลยในภายหลัง ย่อมถือว่าได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการในการรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปก่อนตามลักษณะของการประกอบธุรกิจประเภทบัตรเครดิต สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ดังกล่าวจึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) เมื่อทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่ามีการแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 มกราคม 2535 ซึ่งโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้นับแต่วันดังกล่าว แต่โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2545 พ้นกำหนด 2 ปี ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. |
|||||||||