มาตรา ๕
คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นก็ได้
คำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๓๐๖/๒๕๕๐ จำเลยที่ ๑ มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันรับผิดอันเนื่องมาจากการเป็นตัวการตัวแทน จึงเป็นกรณีที่มูลคดีความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครและจำเลยที่ ๒ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้นต่อศาลชั้นต้นได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๒๑๖/๒๕๕๘ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกสายราย เมื่อเจ้ามรดกทั้งสามรายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน ย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้อกันพอที่จะพิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องย่อมมีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งเจ้ามรดกของผู้จัดการมรดกทั้งสามรายต่อศาลชั้นต้นเดียวกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๗๖๐/๒๕๓๔ ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๖๘๐ สัญญาค้ำประกันจะมีได้เมื่อมีสัญญาหรือหนี้อื่นที่ลูกหนี้จะต้องชำระแล้วคู่กรณีมาตกลงให้มีการป้องกันอีกชั้นหนึ่งว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระผู้ค้ำประกันจะชำระหนี้แทน ดังนั้น มูลความแห่งคดีของหนี้ตามสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันเป็นเรื่องเดียวกันไม่อาจแบ่งแยกจากกันได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องลูกหนี้และผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยต่อศาลที่จำเลยคนหนึ่งคนใดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลได้ |