มาตรา ๓๐๐ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ห้ามไม่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้มาจากการยึดหรืออายัดหลายรายเกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี
วรรคสอง ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องรายใดที่มีราคาสูงเกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ถ้าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นอยู่ในสภาพที่จะแบ่งยึดหรืออายัดได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจแบ่งยึดหรือแบ่งอายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องรายใดแต่เพียงบางส่วนหรือเฉพาะส่วนแห่งกรรมสิทธิ์เท่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี
วรรคสาม บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีอาจคัดค้านคำสั่งหรือการดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นแต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งหรือการดำเนินการนั้น คำสั่งของศาลให้เป็นที่สุด
คำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081/2569 ป.วิ.พ. มาตรา 300 มีเจตนารมณ์ที่จะป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องได้รับความเสียหายจากการที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานบังคับคดีใช้อำนาจยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเกินความจำเป็นและเกินกว่าสัดส่วนแห่งหนี้ที่จะพึงต้องถูกบังคับให้ชำระ และเพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าว ป.วิ.พ. ภาคบังคับคดี จึงได้กำหนดวิธีการและเครื่องมือให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานบังคับคดีสำหรับใช้ในการสืบและค้นหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่อยู่หรือไม่อยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 277 มาตรา 282 และมาตรา 283 เมื่อโจทก์ยอมรับว่าโจทก์เพียงแต่สืบหาทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ตามทะเบียนที่ดิน โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ใช้วิธีการและเครื่องมือดังกล่าวมาก่อนด้วย ทั้งที่ระยะเวลาสำหรับการบังคับคดียังเหลืออีกมาก โจทก์จึงไม่อาจอ้างได้ว่าที่ดินที่ยึดนี้เป็นทรัพย์ชิ้นเดียวของจำเลยที่ 3 ที่จะสามารถบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและมีเหตุสมควรที่จะยึดได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงหรือไม่ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 300
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4942/2566 กรณีตามคำร้องเป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยยังโต้เถียงกันอยู่ว่าหนี้ตามคำพิพากษามีจำนวนเท่าใด มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยคัดค้านว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาสูงเกินกว่าที่จะพอชำระหนี้โดยหนี้ตามคำพิพากษานั้นมีจำนวนแน่นอนแล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยในบัญชีเงินฝากดังกล่าวจึงไม่เป็นที่สุด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 300 วรรคสาม
|